nPerf ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับประสิทธิภาพของอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย โดยพบว่าในปี 2026 อินเทอร์เน็ตบ้านของไทยจะกลายเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน ด้วยค่า Latency เฉลี่ยที่ต่ำเพียง 14.7 มิลลิวินาที ซึ่งถือว่าเร็วกว่าสิงคโปร์และประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของประเทศไทย
จากการวิเคราะห์ข้อมูลของ nPerf ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มทดสอบความเร็วเครือข่ายระดับโลก พบว่าอินเทอร์เน็ตแบบใช้สายหรือเน็ตบ้านของไทยสามารถครองตำแหน่งอันดับหนึ่งในด้านการตอบสนองที่รวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับปี 2026 โดยผลการเก็บข้อมูลในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเครือข่ายที่โดดเดนกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
สถิติที่น่าสนใจจาก nPerf ชี้ให้เห็นว่าประเทศไทยมีค่าความหน่วงหรือ Latency เฉลี่ยที่ต่ำมาก เพียง 14.7 มิลลิวินาที ตัวเลขนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ เนื่องจากช่วยลดความล่าช้าในการตอบสนอง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ประเทศไทยสามารถทำสถิติที่เฉือนชนะสิงคโปร์ซึ่งมีค่า Latency ที่ 17.9 มิลลิวินาที และยังทิ้งห่างเวียดนาม ลาว กัมพูชา และเมียนมาร์ ซึ่งมีค่าความหน่วงสูงถึง 65.1 มิลลิวินาที
ค่า Latency ที่ต่ำกว่า 0.02 วินาทีนี้ ทำให้ผู้ใช้งานแทบจะไม่รู้สึกถึงความล่าช้าในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ที่ต้องการประสิทธิภาพเครือข่ายระดับสูง เช่น ผู้ที่ชื่นชอบการเล่นเกมออนไลน์ที่ต้องการความแม่นยำ หรือผู้ที่ใช้บริการประชุมทางวิดีโอที่ต้องการความลื่นไหล
ความแตกต่างของค่าความหน่วงในแต่ละภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่าย และระยะทางระหว่างผู้ใช้งานและเซิร์ฟเวอร์ การที่อินเทอร์เน็ตของไทยสามารถรักษามาตรฐานค่า Latency ให้อยู่ในระดับต่ำและคงที่ได้ ถือเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตของทั้งผู้บริโภคทั่วไป และภาคธุรกิจที่ต้องพึ่งพาการแลกเปลี่ยนข้อมูลออนไลน์แบบทันท่วงทีในยุคปัจจุบัน
